เป็นประจำทุกปีเมื่อถึงฤดูหนาวต้องคิดถึง “ซากุระ” แต่ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้บานไม่ตรงเวลาเดิม และยังบานไม่พร้อมกันทุกต้นด้วย
ปีนี้ดอกซากุระหรือดอกพญาเสือโคร่ง ที่ ขุนช่างเคี่ยน เริ่มบานประปรายตั้งแต่ประมาณวันที่ 10 มกราคม จนถึงขณะนี้ยังบานไม่เต็มพื้นที่ ถามคนในพื้นที่บอกว่าจะให้บานหมดต้องประมาณปลายเดือนมกราคม
เส้นทางที่ไปยังบ้านขุนช่างเคี่ยนอาจจะโหดนิดนึงนะครับ ขอเตือนไว้เลยว่าหากไม่ชำนาญเส้นทางขึ้นดอยอย่าเอารถยนต์ส่วนตัวไปเด็ดขาด เพราะถนนเส้นนี้เป็น “เลนเดี่ยว” ครับ ลำพังรถยนต์คันเดียวก็แทบเต็มถนน เวลาสวนทางกันต้องหาจุดที่จะหลบรถกัน อีกทั้งข้างทางบางจุดก็เป็นหุบเหว
ผมแนะนำให้ไปขึ้นรถโดยสารประจำทางที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราคาคนละ 400 บาท หรือพระตำหนักภูพิงค์ฯ คนละ 300 บาท จะดีกว่าครับ อย่าเสี่ยงเอารถไปเองเพราะไม่คุ้มเสีย มีคนขับรถท่านนึงเล่าให้ผมฟังว่านักท่องเที่ยวหลายคนฝืนเอารถไปเองไม่มีประสบการณ์ในการขับ บางทีรถเสียในจุดคับขันทำให้ยากต่อการช่วยเหลือและซ่อมแซม
ระยะทางจากพระตำหนักภูพิงค์ฯ ไปยังสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ใน Google แจ้งไว้ 25 นาที แต่ในการเดินทางจริงจากสภาพถนนและการจราจรนานกว่า ยิ่งช่วงที่ซากุระบานยิ่งไม่ต้องพูดถึง เผื่อเวลาเดินทางไปเลยครับ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
แต่รางวัลสำหรับการเดินทางก็คุ้มค่าครับ เพราะที่สถานีวิจัยฯ เต็มไปด้วยต้นซากุระสวยงาม และยังมีเด็กๆ ชาวเขาเผ่าม้งมายืนคอยเป็นพร็อพให้ถ่ายภาพ ที่นี่ก็มีบริการอาหาร และเครื่องดื่มด้วย
ชมซากุระเสร็จถ้าใครยังไม่หนำใจก็สามารถแชว๊บไปเที่ยวที่หมู่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยนต่อ ซึ่งห่างไปประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ที่หมู่บ้านฯ ยังคงอนุรักษณ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ สภาพบ้านเรือนก็ยังมีแบบดั้งเดิมให้ชม เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบอีกแห่งหนึ่ง (เอาไว้ผมจะรีวิวหมู่บ้านนี้ในสกู๊ปครั้งต่อไปครับ)
พิกัด : Google Map
(4319)